travel

สำหรับผู้คนที่สนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ทั้งเคยมา และคิดจะมา ต้องเคยได้ยินเกี่ยวกับบัตรพระเจ้า "JR PASS" กันแล้ว ซึ่งเป็นบัตรที่ใช้นั่งรถไฟของ JR ได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น ด้วยสนนราคา 28300 เยน ใช้ได้ 7 วันนับจากเริ่มใช้ครั้งแรก น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

แต่

แต่

แต่

ตั๋ว JR PASS เนี่ยโด่งดังมาก ไม่ว่าหนังสือท่องเที่ยวญี่ปุ่นเล่มไหน
ก็ต้องมีบอกไว้ หรือจะหาในเว็บก็ง่าย พริบตาเดียวมีคนรีวิวไว้เพียบ

แล้วหัวเรื่องที่เขียนว่า ตั๋วรถไฟสำหรับคนหัวใจ 18
แล้วมันคืออะไรล่ะ ??

มีอะไรเด็ดกว่า JR-PASS อีกเหรอ

คำตอบคือ "มีครับ"

นั่นก็คือตั๋วลูกพระเจ้า

青春18切符 เซชุนจือฮัจจิคิปปุ

แปลตรงตัวว่า ตั๋ว 18 วัยใส นั่นเอง

ผมกล้าพูดได้เลยว่า คนไทยแทบไม่มีคนรู้จัก 

ผมว่าผมแฟนญี่ปุ่นเหนียวแน่นแล้วนะ ก็ยังไม่รู้จักจนกระทั่งมาเรียนที่นี่ (แต่ส่วนใหญ่มาเรียนแล้วก็ใช่ว่าจะรู้นะครับ) นั่งอ่านเว็บต่าง ๆ แล้วเจอพอดี
อ่อ มีพูดถึงใน Pantip อยู่บ้างครับ แต่เหมือนคนจะไม่ค่อยสนใจแฮะ

รูปร่างหน้าตาเป็นดังนี้ครับ

ที่มา Wikipedia

 

เห็นตอนแรก สารภาพตามตรงครับ ผมว่าใคร ๆ ก็ต้องคิดเหมือนกันว่า
ไอ้ตัวเนี่ย มันต้องสำหรับคนอายุไม่เกิน 18 แน่เลย
เพราะส่วนมากพวกสิทธิพิเศษต่าง ๆ พวกส่วนลดค่าเข้า ค่ารถ
มักจะจำกัดให้พวกเด็กมัธยม และประถมลงไป นี่ก็ต้องเหมือนกันแหง

แต่พอลงดูดี ๆ แล้ว พบว่า
ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ก็สามารถใช้ได้ครับ
ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่นตอนต้น วัยรุ่นตอนปลาย วัน 18 จริง ๆ ผู้ใหญ่ วัยทอง คนแก่ คนชรา
ขอเพียงมีใจแบบเด็กวัย 18  ท่านก็สามารถใช้ได้แล้วครับ

 

ตั๋วนี้สามารถใช้เดินทางแบบบุฟเฟท์ครับ ใช้ได้กับรถไฟของ JR ทั่วประเทศญี่ปุ่น
ไม่ว่าจะเป็นเกาะฮอนชู ชิโกกุ คิวชู หรือฮอกไกโดก็ตาม

 

ภาพหมู่เกาะญี่ปุ่น และรถไฟด่วนพิเศษ

ที่มา http://www.japanrailpass.net/

 

ด้วยสนนราคาเพียง 11500 เยน ใช้ได้ 5 วัน(ไม่ต้องติดกันก็ได้ อยากใช้วันไหนก็ได้)
นั่นคือตกเพียงวันละ 2300 เยน!!! ถูก โคตรแห่งความคุ้ม!!!
จะตื่นแหกตามานั่งรถไฟเที่ยวแรก นั่งไปไกลสุดขอบญี่ปุ่น
เข้าออกสถานีแวะมันทุกจังหวัด จนถึงสุดขอบญี่ปุ่น
จนหมดรถไฟเที่ยวสุดท้ายก็จ่ายแค่ 2300 เยนเอง
นี่แหละครับความสุดยอดคุ้มของมัน

ใช้ได้ 5 วันไม่ติดต่อกัน คือสุดยอดข้อดีครับ ระหว่างวันที่เที่ยวอยู่ละแวกนั้น ไม่ได้นั่งรถไฟเท่าไหร่ก็ไม่ต้องใช้ ใช้เฉพาะวันที่เดินทางไกล จะทำให้เราสามารถใช้สร้างทริปเป็นสิบ ๆ วันได้เลยครับ หากเป็น JR PASS จะเที่ยวเกิน 7 วันต้องซื้อแบบ 14 วันเลย ซึ่งราคาก็แพงระยิบทิ่มตาละครับ

สามารถใช้นั่งรถไฟทุกขบวนตั้งแต่ รถด่วนใหม่ (New Rapid) ลงมา (*ดูประเภทของรถไฟญี่ปุ่นได้ที่นี่)
นี่เป็นข้อแตกต่างอย่างชัดเจนกับบัตรเบ่ง JR PASS ครับ
JR PASS สามารถนั่งรถไฟ JR ได้ทุกชนิดแม้แต่ชนิดที่เร็วที่สุด
อย่าง ชิงกังเซ็น ก็สามารถนั่งได้แทบทุกขบวน
แต่ของเรานั่งได้แค่รถด่วนใหม่ครับ ถึงชื่อมันจะเป็นรถด่วน
แต่ในญี่ปุ่นมันก็คือ รถไฟฟ้าธรรมดานั่นเองครับ
อ๊ะ หมายความว่า เราต้องนั่งรถไฟอีด ๆ ไปเที่ยวทั่วญี่ปุ่น!!

ความลำบากของการนั่งรถไฟธรรมดาหลัก ๆ ก็มี
1.นาน กว่าจะถึงก็รอแล้วรออีก รถไฟมันวิ่งไม่เกิน 120 กม/ชม.
นั่งจนก้นแยกออกเป็นสองซีกก็ยังไม่ถึงครับ
2.สายรถไฟสั้น ต้องเปลี่ยนรถไฟบ่อยครับ อาจจะต้องเปลี่ยนนับสิบครั้งกว่าจะถึงที่หมาย

หากคุณยังมีกำลังวังชา สามารถนั่งนานได้เสมือนกับเดินทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ กรุงเทพ-สุราษธานี
ด้วยรถไฟไทย อีกทั้งยังสามารถแบกสัมภาระขึ้นลงชานชลาเพื่อเปลี่ยนรถไฟแปดรอบได้ล่ะก็
คุณก็เหมาะกับตั๋วเซชุน 18 ใบนี้แล้วล่ะครับ นั่นคือที่มาว่าทำไมต้องหัวใจ 18 นั่นเองครับ

 

เท่านี้อาจจะยังไม่เห็นภาพชัดเจนนัก
ผมเลยไป ลองมาให้เห็นภาพแล้วครับ
ด้วยการเดินทางไปกลับ คาวาซากิ - นางาซากิ ด้วยระยะทางที่ใช้ตั๋วเซชุนกว่า 2600 กิโลเมตร
หากเดินทางด้วยชิงกังเซนต้องเสียเงินเกิน 50000 เยน
หากไปด้วยรถไฟธรรมดาที่ใช้กับตั๋วเซชุนได้ 31010 เยน
แต่ทริปนี้ใช้ตั๋วเซชุนเราจ่ายเพียง 11500 เยนเท่านั้น
บอกได้คำเดียวว่า คุ้มโคตร ๆ

แล้วเดี๋ยวประสบการณ์การเดินทาง เที่ยวสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ญี่ปุ่น
ในคราวถัดไปนะคร้าบ

 

ข้อมูลจำเพาะของตั๋วรถไฟหัวใจ 18

  • ราคา 11500 เยน
  • ใช้ได้กับรถไฟ JR ตั้งแต่ รถด่วนใหม่ (New Rapid 新快速) ลงมา
  • แบ่งใช้ 5 วัน (ไม่ต้องติดกันก็ได้) หมดอายุแต่ละวันตอนเที่ยงคืน
  • วันนึงใช้ขึ้นได้ไม่จำกัดเที่ยว ไม่จำกัดจำนวนเข้าออกสถานี
  • ใช้ได้เฉพาะช่วงปิดเทอมของนักเรียนญี่้ปุ่นเท่านั้น
  • ในโตเกียวและโอซาก้าใช้ได้จนถึงรถไฟเที่ยวสุดท้าย (แม้จะเลยเที่ยงคืน)
  • ใช้นั่งรถด่วนพิเศษบางขบวนได้

edit @ 2 Jan 2009 23:00:09 by undenty

edit @ 2 Jan 2009 23:32:35 by undenty

จากที่เคยตั้งใจไว้ทุกครั้งที่ไปเที่ยวจะต้องเขียนบันทึกเอาไว้
อย่างน้อยก็ต้องเอามาใส่ใน Exteen เพื่อเป็นการเก็บประสบการณ์ไว้ให้หวนกลับมานึกถึงในภายหลัง
แต่ก็ไม่สำเร็จซักทีเพราะว่ามันเขียนยากรายละเอียดเยอะ จนกลายเป็นขี้เกียจไปซะก่อน
ครั้งนี้แหละนะ จะต้องบันทึกให้สำเร็จให้ได้เลย

บันทึกการเดินทางสู่เกาะฮ่องกง เตรียมตัวไปฮ่องกง

เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่จะไปฮ่องกงด้วยตัวเอง และต้องการไปซื้อของแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซล ก็เลยต้องหาข้อมูลไว้เยอะหน่อย โดยการค้นหาในเว็บอย่าง google wiki hktravel pantipเท่านั้นยังไม่มั่นใจพอ เลยไปซื้อหนังสือนำเที่ยวฮ่องกงมาอีกสองเล่ม เพื่อความอุ่นใจเลยพกไปด้วยเลย

หลังจากได้แหล่งข้อมูลมากเพียงพอ และพอมีความรู้เกี่ยวกับท่าเรือหอมนี้แล้ว ก็วางแผนการเดินทางทันที โดยมีเงื่อนไขง่าย ๆ คือ "ทำยังไงให้ถูกที่สุด" และต้อง "เข้าใจง่าย ไม่ลำบากจนเกินไป" โอ้ โลภไปรึเปล่าเนี่ยเรา ก็เลยหาออกมาเป็นแบบนี้

การเดินทาง - สายการบิน Kenya Airline เอ่อ... เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินก็ตอนนี้แหละ แม้จะไม่เคยได้สัมผัส แต่ให้ข้อเสนอเรื่องเวลาดีมาก ๆ ขาไป ออกตอนเที่ยง ขากลับกลับตอนสี่ทุ่ม แถมถูกมากไปกลับรวมทุกอย่าง 7400 บาทเอง ไม่ใช่ Low-cost ด้วยนะ

ที่พัก - โรงแรมฮ่องกง แพงมาก เลยพักโฮสเตลแทน ถูกกว่ากันเป็นกอง ตกคืนนึง 600 บาทเอง มี Wireless LAN พร้อม Internet ให้เล่นในห้องฟรี ๆ ด้วยนะ

การเดินทางที่นู่น - สะดวกสบายสุด ๆ ด้วยการคมนาคมแบบสุดยอด มีทั้ง MTR (รถไฟฟ้า) รถเมล์สองชั้น รถเมล์เล็ก รถราง (รถรางไฟฟ้าที่วิ่งมาร้อยปี โอ้...ยังใช้การได้อยู่) Taxi รถไฟ เรือเฟอรี่ โอ้ยเยอะแยะไปหมด แต่ไม่ยักกะมีเครื่องบินในประเทศแฮะ

เมื่อหาข้อมูลได้ครบหมดแล้ว ก็จัดการจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ทางอินเตอร์เน็ต แล้วก็ปริ้น E-ticket ทั้งสองอย่างออกมา สบายจริง ๆ ไม่ต้องคุยกับมนุษย์เลยทีเดียว

จะไปก็ง่ายแสนง่าย ถือใบที่พิมพ์มา กระเป๋า แล้วก็ Passport ที่มีอายุเหลือซัก 6 เดือน ไม่ต้องขอวีซ่าอะไรทั้งนั้น ควบแท็กซี่ ไปสุวรรณภูมิได้เลย

ไปง่ายจริง ๆ ฮ่องกง อิอิ

edit @ 8 Nov 2007 01:39:27 by undenty