หลังจากที่ขออนุมัติทุน พก.ได้แล้ว
แล้ว...

จะไปเรียนที่ไหนล่ะ

ที่ญี่ปุ่นสิ...

รู้แล้วเฟ้ย แต่โรงเรียนไหนล่ะ

นั่นแหละครับ
หลังจากที่เราตัดสินใจไปเรียนได้แล้ว เราก็ต้องเลือกว่าจะไปเรียนโรงเรียนไหน ในประเทศหมู่เกาะนี้ดี
หาโรงเรียนนี่ ปวดตับมากเลยครับ เพราะอะไรไม่รู้เยอะแยะ มีทั้งโรงเรียน มีทั้งวิทยาลัย มีทั้งมหาวิทยาลัย
หลากหลายแห่งเป็นร้อย ๆ ที่

เลือกไม่ถูกเฟ้ย

ผมก็เลยแก้ปัญหาโดยการไปปรึกษาเอเจนซี่แนะแนวเรียนภาษาญี่ปุ่นซะเลย

แต่... มันก็ดันมีหลายเจ้าอีก

ต้องเลือกเอเจนซี่อีกแน่ะ T_T

ก็ที่โด่งดังมีชื่อเสียงในบ้านเราเห็นจะมีสองที่คือ J-ed กับ Mainichi
ซึ่งใกล้บ้านผมทั้งคู่เลย  ปกติหาข้อมูลเรียนต่อญี่ปุ่นจากเว็บ J-ed ตลอดเลย ข้อมูลเยอะดี ก็เลยอะ ที่นี่ละกัน คุ้นเคยกับเว็บมันดี (เกี่ยวมั้ยค้าบพี่น้อง เว็บ Mainichi สีมันแสบตา)

ไปปรึกษากับพี่ที่ J-ed ครับ มีโรงเรียนมาให้เลือกเพียบเลยยี่สิบสามสิบโรงเรียนได้ ส่วนใหญ่ 60% อยู่ในโตเกียว นอกนั้นกระจายอยู่ตาม โอซาก้า เกียวโต และที่อื่น ๆ อีกนิดหน่อย โอ้เยอะครับ ก็เลยรับข้อมูล หนังสือ ดีวีดี แผ่นพับกลับบ้านมานั่งอ่าน นั่งดู ก็พบว่า

1. โรงเรียนเกือบครึ่งอยู่ในโตเกียว ก็ไม่น่าแปลกเนอะ เมืองหลวงนี่

2. ชนชาตินักเรียนที่ยึดครองโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นคน เกาหลี

3. รองลงมาเป็นคนไต้หวันกับคนจีน

4. เยอะขนาดไหนนะเหรออย่างเช่น สถิติปี 2008 Top3 ของเชื้อชาติ
   Aoyama International Education Institute เกาลี 269 ไต้หวัน 51 ไทย 9
   Inter-Cultural Institute of Japan เกาหลี 382 ฮ่องกง 28 จีน 24 (ไทยอันดับ 4, 23)
   Toyo Language School เกาหลี 280 จีน 104 ไทย 18
ใครชอบเกาหลีแนะนำให้ไปเรียนญี่ปุ่นนะครับ!!!

5. ค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ 600,000 ถึง 1,000,000 เยนต่อปี (เฉพาะค่าเทอมนะ ไม่รวมค่ากินอยู่และค่าหนังสือต่างหาก)

6. หลักสูตรเรียนภาษาระยะยาวจะเริ่มต้นที่ 1 ปี และสูงสุดที่ 2 ปี เรียนเกินกว่านั้นไม่ได้รัฐบาลจะไล่ท่านกลับบ้าน

7. มีโรงเรียนสองแบบ แบบได้วีซ่าเป็นหนูน้อยนักเรียน Pre-college student, และอีกแบบแบบได้วีซ่าเป็นนักศึกษา College student ซึ่งมีอภิสิทธิมากกว่านักเรียนธรรมดา สามารถลดค่าตั๋วรถไฟได้ ทำวีซ่ากลับบ้านเองได้แบบ Multiple และยังทำงานพิเศษได้มากถึง 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (Pre-college ทำได้ไม่เกิน 20) อันนี้สำคัญ สำหรับคนที่อยากได้เงินเยอะ ๆ

8. แต่ค่าเรียนโรงเรียน College student มันแพงกว่า Pre-college student แฮะ

...
ข้อมูลโรงเรียนเพิ่มเติม
http://www.jeducation.com/THAI/japanese/index.html
http://www.study-in-japan.com/studyinjapan/schoollist.htm
...

โอ้มายก็อด
โอ้มายสิทธัตถะ โอ้วรู้สึกถึงนิ่วในไต (คุ้น ๆ นะคำพวกนี้)
จะเลือกยังไงดี

ผมก็กลับมานั่งคิดวกวนอลวน ค้นหาความต้องการและความอยากของตัวเอง

แล้วก็พบความอยากของตัวเองคือ

1.ใกล้ที่ ๆ อยากเที่ยว

2. อยากอยู่โตเกียว อารมณ์ว่าไปญี่ปุ่นทั้งที เอาสุดยอดเทคโนโลยี สุดยอดเมือง ก็ต้องโตเกียวสิ ไปเมืองอื่นน้อยหน้า ผมจิตนาการไปถึงตัวเองที่เลิกเรียนตอนเย็น ๆ เดินไปอยู่บนสะพานลอยที่ Akihabara มองรถไฟ JR สาย Yamanote วิ่งผ่าน ในยามอาทิตย์อัสดง... เพ้อได้อีกเรา แต่ก็เป็นความฝันนะเล็ก ๆ อันนึงนะ ได้แรงบรรดาลใจมาจากละครเรื่อง Densha Otoko เลยทีเดียว


สะพานลอยอันนั้น


อันนี้แหละ


ยามค่ำคืน


ยามเย็น

ปล.ผมไม่ใช่โอตาคุนะ จริง ๆ แค่อยากเดินในโตเกียว ชิบุย่า ฮาราจุกุ รปปงหงิ อิเคะบุคุโระ โอไดบะ แค่นั้นเอ๊ง
ปล2. อยากไปเดทที่โอไดบะ เกาะขยะหาดสวรรค์

2. อยากให้เพื่อนมาเที่ยว ส่วนใหญ่ถ้ามาครั้งแรก จะมาโตเกียวก่อนใช่มะ ก็ต้องนี่แหละ อยู่แถว ๆ นี้จะได้พาเพื่อนเที่ยวโตเกียวได้ โหเหตุผล

3. อยากได้แต่ภาษากลาง ไม่อยากภาษาเพี้ยน
สืบเนื่องมาจากท้องถิ่นอื่นจะมีภาษาถิ่นนอกห้องเรียนด้วยเสมอ อย่างถ้าเรียนเกียวโต โอซาก้าก็จะได้สำเนียงคันไซด้วย ซึ่งตอนที่สมัครเรียนคิดว่าไม่ดีนะ เราไม่ควรติดกลับมาใช้ที่บ้านเรา (แต่หลังจากนั้นก็พบว่ามันเป็นสเน่ห์ของภาษาที่ไม่น่าพลาดนะไม่ใช่ข้อเสียแต่อย่างใด)

4. ที่ ๆ ทำงานพิเศษแล้วได้เงินเยอะ ๆ 

สรุป เอ็งมีเป้าหมายขนาดนี้แล้ว ก็เลือกโตเกียวเลยสิ
แต่จริง ๆ ยังมีที่ ๆ ลังเลอีที่นึงนั่นก็คือ ฮอกไกโด ครับ
เพราะว่าเคยไปเที่ยวมาแล้วชอบมาก อากาศก็ดีกว่าโตเกียว หนาวสะใจด้วย หิมะตกเยอะดี เมืองก็เป็นระเบียบ มีลานสกีใกล้ ๆ ด้วย ค่าเรียนก็ถูกกว่า แต่... ไม่มั่นใจในโรงเรียนว่าจะสอนดีเท่าโตเกียวมั้ย หรือจะเหงามั้ยถ้าไปเป็นคนไทยเพียงคนเดียว

สรุปก็เลยตัดสินใจจะเอาโรงเรียนในโตเกียวละ

ได้เวลาไป J-education อีกรอบ

"พี่ครับ โรงเรียนในโตเกียวอันไหนคนนิยมไปเรียนสุด"
"ที่นี่เลยน้อง TLS,xxx,yyy"
"อืมมม ที่ไหนถูกสุดครับ" <<-- ไอ้นี่ เลือกตามเงิน order by money เลยเรอะ
"ก็มี..... แต่......"
"แต่อะไรครับ"
"ตอนนี้โรงเรียนในโตเกียวปิดรับสมัครหมดแล้วครับ"
"อ้าว อ้าววววววววววววววววววววววววววว แล้วทำไงละเนี่ย หรือต้องไปเรียนฮอกไกโด"
"มีอีกโรงเรียนนึงครับ อยู่คาวาซากิ ไม่ไกลจากโตเกียวนะ นั่งรถไฟไม่ถึง 20 นาทีถึง"
"CBC นี่เหรอครับ"
"ใช่ครับ คนไทยไปเรียนเยอะด้วยนะ ตอนนี้โรงเรียนกำลังจะสร้างตึกใหม่ เลยกำหนดจำนวนคนไว้ด้วยนะครับ" <<<< โฆษณาชวนเชื่อปะเนี่ย
"หา เอโรงเรียนนี้ก็เหมือนเคยดู ๆ ไว้อยู่นะครับ สถิติน่าสนใจ คนผ่านระดับ 2 ตั้ง 80% แต่ค่าเรียนมันแพงกว่าที่อื่นอยู่นะครับเนี่ย"
"ปีนี้เค้าบอกรับคนไทยไม่เกิน 20 คนครับ" <<< โหมีลิมิตด้วย
"โอ้ว แล้วตอนนี้มีคนสมัครกี่คนแล้วครับเนี่ย"
"18ครับ" <<< นั่นเอาใกล้เต็มมาล่ออีก
...
"เอ้ย งั้นเอาโรงเรียนนี้เลยครับพี่" <<< เฮ้ยเลือกกันง่าย ๆ อย่างงี้เลยเรอะ (ติดกับดักไปแล้ว)

นี่แหละครับคือจุดเริ่มต้นในการตัดสินใจไปเรียนโรงเรียนที่มีชื่อว่า CBC
ง่ายดีมั้ยครับ

และต่อจากนี้ก็เป็นขั้นตอนสำคัญ
ที่ต้องต่อสู้เพื่อที่ให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตพำนัก


หน้าตาใบนี้ของคนอื่นเค้า

ซึ่งต้องให้โรงเรียนที่นู่นไปขอให้
จะผ่านไม่ผ่านเนี่ย เน้นหลักฐานทางการเงินเป็นสำคัญ
ซึ่งจะมีขั้นตอนการส่งหลักฐานที่ยุ่งยากซับซ้อนตามนี้

เราจะต้องส่งหลักฐานให้

-->เอเจนซี่ 

เอเจนซี่ก็จะคัดกรองก่อนชั้นนึงว่าเราควรจะส่งดีมั้ย มีแววผ่านมั้ยถ้าตกลงส่งและสมัครก็เสียเงินค่าสมัคร 30000 เยน (ประมาณหมื่นบาท)

-->ส่งให้โรงเรียน

โรงเรียนจะช่วยดูให้ และก็คอยทวงสิ่งที่ขาดหาย จากนั้น

-->ส่งให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณา

ขั้นตอนนี้แหละที่จะชี้เป็นชี้ตายว่าจะได้ไปรึเปล่า ใช้เวลาไม่นานหรอกแค่ สามเดือน เอง
รอเงก...

"ของน้องนี่หลักฐานเค้าให้ใช้บัญชีออมทรัพย์"
"ผมมีแต่บัญชีกระแสรายวันของพ่ออะครับ"
"เดี๋ยวนี้เค้าไม่ให้แล้วนะครับ แต่ก่อนได้อยู่ แต่เดี๋ยวนี้เค้าเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น"
"อ้าว แต่บ้านผมมีแต่บัญชีนี้นี่นา แล้วถ้าใช้บัญชีลุงอะไรแบบนี้ล่ะครับ"
"น้องต้องเขียนที่มาแล้วก็ต้องมีเอกสารพิสูจน์ว่าเป็นญาติกันด้วย แล้วก็ไม่รู้ว่าจะผ่านรึเปล่านะถ้าเป็นกรณีนี้"
"งั้นเดี๋ยวผมกลับไปปรึกษาที่บ้านก่อนนะ"

หลังจากกลับบ้าน ไปคุยมา หาทางโอนเงินนู่นนี่ สุดท้าย...ผ่านไปอีกหลายวัน
พ่อบอกว่า เอากระแสรายวัน (ที่ตัวเลขติดลบล้วน ๆ ) แหละยื่นไปเลย ไม่ผ่านก็ไม่ต้องไปก็ได้
... โอเค ไม่มีหนทางอื่นแล้ว เสี่ยงโลด จ่ายเงินค่าสมัครไปหนึ่งหมื่น

กลับไปหาหลักฐานที่ดิน บ้าน พิมพ์จดหมายอธิบายรายได้ และการหมุนเงิน อธิบายธุรกิจที่บ้าน และสาเหตุที่ไม่มีบัญชีออมทรัพย์

นอกจากนั้นยังต้องกรอกเอกสาร และใบสมัคร เหตุผลที่จะไปเรียน และอื่น ๆ อีกมากมายเป็นปึก ๆ ผิดนิดเดียวก็ไม่ได้ ตรงที่ให้พ่อเซ็นก็ต้องส่งไปเซ็นที่บ้านต่างจังหวัด แล้วส่งกลับมาอีก ผิดนิดเดียวก็แก้ไม่ได้ ต้องส่งไปใหม่ จนเกิดความสงใสเล็ก ๆ ในใจว่า "เอ๊ะ นี่เรากำลังจะไปเรียนทุนส่วนตัว หรือสมัครชิงทุนมอนบุโชวะเนี่ย"

รวบรวมหลักฐานอย่างเร็วที่สุด ส่งจดหมาย EMS กับต่างจังหวัดเป็นว่าเล่น
ไป J-ed ตั้งหลายรอบ
ใช้เวลาถึงสองสัปดาห์
ในที่สุดก็ครบ ปิดผนึก ส่ง

บอกตามตรงครับ อุตส่าห์จะได้ไปเรียนแล้วแต่ส่งหลักฐานไปก็เสี่ยง ๆ

ก็เลยต้องลุ้นครับ ลุ้นกันไป ทำใจไป เฉย ๆ นะว่าจะได้หรือไม่ได้

จะบอกคนอื่นเลยก็ไม่ได้ว่าจะไปญี่ปุ่นแล้ว เพราะถ้าไม่ได้ไปล่ะ

ก็ต้องรอให้ไอ้ใบนั่นมันมาก่อนถึงจะกล้าบอกคนอื่น ร่ำลากันได้อย่างสบายใจ

และแล้วก็ได้แต่รอ ร้อ รอ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกา ธันวา มกรา กุมภา..

และแล้วพอถึงต้นเดือนมีนาคม ผลปรากฏว่า...

つづく。。。

edit @ 28 Dec 2009 12:17:06 by undenty

Comment

Comment:

Tweet

อย่าค้างสิคร้าบบบบบบบบบบบบ

#16 By projectZORO on 2012-01-18 21:28

Thank you for sharing this information. The information was very helpful and saved a lot of my time.

#15 By College Admission Essays (119.155.31.204) on 2011-05-21 14:02

ตอนที่เจอบ๊อคนี้ กำลังอยู่โหมด:เศร้าที่สุด
มีจุดมุ่งหมายมาตั้งแต่เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นครั้งแรกตอนม.4 จนตอนนี้กำลังจะจบปี4 อยากไปเรียนหลังจากจบมหาลัย แต่แม่ไม่ส่ง ไม่มีตัง ทุนตัวเองมีแสนนิดๆ ขอยืมเงินเพื่อนตอนแรกเพื่อนบอกได้ พอวันจะดำเนินเอกสารก็คือวันนี้ เพื่อนบอกไม่ได้ ช๊อคค่ะ ทั้งๆที่พอจะเดาได้ว่าเพื่อนคงไม่สามารถให้ยืมเงินได้มากขนาดนี้ ทำใจไว้แล้ว แต่พอมาเจอจริงๆ เสียใจมาก ทั้งๆที่วันจทร์มีสอบและก็ต้องส่งบทความ สันทั้งวันเอาแต่หาข้อมูลไปเรียนญี่ปุ่นให้ได้ พอมาเจอบล๊อกนี้ เป้าหมายเรื่องที่จะไปเรียนเหมือนกันหมด ทั้งเรื่องเรียนที่โตเกียว เพาะไหนๆก็มาถึงญี่ปุ่นแล้ว จะไปเรียนเมืองไกลๆก็กลัวสำเนียงแปร่งๆ ขอบคุณที่ทำให้มาเจอบล๊อคนี้ อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจให้สู้เพื่อไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป

อยากไปจริงๆนะค่ะ อยากไปมากๆเลย
ต้องไปให้ได้ด้วยยย

#14 By กวาง (58.64.111.58) on 2011-03-05 18:26

สวัสดีค่ะ บังเอิญมาเจอบล็อกน้อง .. ขอแทนตัวเองว่าพี่ละกันนะ // คิดว่าเป็นพี่ล่ะแน่ๆ ฮ่าๆๆ

ตอนนี้ยังอยู่คาวาซากิอยู่มั้ยค่ะ เป็นยังไงบ้างญี่ปุ่น
พี่ก็อยู่ญี่ปุ่นล่ะ อยู่ฮิราสึกะ คานากาว่า มาได้ห้าเดือนแล้ว แต่ว่าภาษายังไม่ได้เลยอ่ะ แย่มาก
ไบท์ก็หาไม่ได้ มีอะไรแนะนำบ้างหรือเปล่าค่ะ ฝากตัวด้วยค่ะ

よろしく お願いします。

#13 By pui (150.7.2.208) on 2011-02-01 22:09

I liked this post very much as it has helped me a lot in my research and is quite interesting as well.

#12 By Argumentative Essay Writing (119.155.115.152) on 2011-01-28 20:50

สวัสดีค่ะ

เผอิญมาเจอบล็อคคุณเเบบบังเอิญอ่ะค่ะ กำลังหาข้อมูลไปญี่ปุ่นอยู่ ถ้าเป้นไปได้อยากจะสอบถามอ่ะค่ะ อีเมล์คุยกันได้ไหมค่ะ

#10 By เมย์ (202.80.239.130) on 2010-09-08 11:47

1000000 เท่ากับ 300000 นะเรียนเมืองไทยดีกว่าเยอะ

#9 By yumi (125.24.214.133) on 2010-09-02 20:18

อยู่ในสภาวะคล้า่ยๆกันเลย
แต่เราไม่ได้ขอทุน เพราะคงสู้เค้าไม่ได้อยู่แล้ว
ยังไงก็ สู้ๆ อดทนรอ
ขอให้ได้ไป
เอาใจช่วยคะ :)

#8 By amme on 2010-01-08 12:18

แวะมาสวัสดีปีใหม่ครับ confused smile

คนเกาหลีเยอะและมักจะทำคะแนนโดยเฉพาะส่วนแกรมมาได้เยอะจนกดดันsad smile พวกที่ขยันก็จะอัพคันจิจนไร้เทียมทาน(เว่อร์)

..ตอนนี้ก็อาศัยอยู่ในตัวเขตคาวาซากิแต่ไม่เคยได้ไปเหยียบตัวสถานีคาวาซากิเลย..(อยู่ตอนบน)sad smile

#7 By 「♭Mystery」 on 2010-01-04 23:38

ตื่นเต้นดีจัง...
- -" อยากไปลองเที่ยวญี่ปุ่นดูสักตั้งแหะ เพ้อได้อีก
กรี๊ดดดดดดดดดดด ลุ้นมากกกก
ใจจดใจจ่อรอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วค่า

#5 By +~O-ZonE~+ on 2009-12-28 13:45

โหว ลำบากเหมือนกันนะเนี่ย ไม่เห้นรู้เลย sad smile

ตัดจบแบบเดาตอนต่อไปได้ง่ายนะนายquestion

#4 By หมูทอดซามะ on 2009-12-28 08:54

Hot! Hot! Hot!
รออ่านตอนต่อไป

คงไม่ข้ามปีนะ (=x=)

#3 By monboy01 on 2009-12-28 02:00

ปรากฎว่า...

ว่า...

ว่า...


รอลุ้นค่าbig smile Hot!

#2 By {T4tsUk1} on 2009-12-28 00:28

โอ้ย อยากเรียน

อยากได้ทุนMEXTอ่า

ถ้าเอาทุนพก. หรือมก.

คงจะหมดสิทธิ์

#1 By milkizz on 2009-12-28 00:17