งานพิเศษที่ญี่ปุ่นหาไม่ยากอย่างที่คิด
posted on 22 Feb 2009 21:46 by undenty
(แต่ยากกว่าที่คิด) ฮ่า ๆ
ก่อนที่จะมาที่ญี่ปุ่น ก็คงจะเหมือนกับทุก ๆ คนนะครับที่ตั้งความหวังเอาไว้ว่า
ถ้ามาถึงที่นี่จะทำงานพิเศษเยอะ ๆ หาเงินเยอะ ๆ จะได้มีเงินใช้จ่าย ไม่รบกวนทางบ้าน
ทำไมนะเหรอครับ มันได้เงินเยอะอ่ะดิ ทำยังไงในเมืองใหญ่ก็ได้อย่างน้อย 800 กว่าเยน (300 บาท) ต่อชั่วโมง อยู่แล้ว ไม่ทำไหวเหรอครับงี้
ดังนั้นเมื่อผมได้มาเรียนสมใจหวัง ก็ตั้งหน้าตั้งตารอใบอนุญาตทำงาน ซึ่งต้องรอทางโรงเรียนขอทางเขตให้ กว่าจะได้มาก็ต้องรอไปสามเดือนหลังจากเริ่มเรียนวันแรก โรงเรียนเค้าไม่อยากให้เราเสียการเรียน และก็อยากให้เราปรับตัวด้วย เลยไม่ขอให้ทันที
ก็รอไป ระหว่างรอก็เริ่มคิดไปบ้างแล้วว่าจะทำที่ไหนดี และก็นับวันรอ
ระหว่าง ที่รอนั้น แรก ๆ ไม่กล้าใช้เงินเลยครับ เนื่องจากของแพงมาก ๆ จะซื้ออะไรกิน ซื้ออะไรใช้คิดแล้วคิดอีก กว่าจะได้ชิ้นนึง กลัวจนครับ
และแล้วหลังจากเฝ้ารอมานานสามเดือนเต็ม ใบอนุญาตทำงานสัปดาห์ละ 28 ชั่วโมงก็มาถึง...
เย่
ดีใจดิ ก็อยากทำงานอยู่แล้วนี่นาจากนั้นก็เริ่มหางานเลยครับ
ตอนนั้นงานที่เพื่อน ๆ ชาวไทยทำ คงจะหนีไม่พ้น "ร้านอาหารไทย" กันเป็นส่วนมาก
แล้วก็นอกจากนั้นก็งานห้าง ซุปเปอร์มาเก็ต ไรงี้ครับ
แต่ไม่ได้ผมไม่ชอบทำอะไรเหมือนชาวบ้านเค้าอยู่แล้ว
ว่าแล้วก็ไปสมัครร้าน "ซูชิ" สายพานหมุนร้านที่ชอบซะเลย
ด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ
ตอน โทรศัพท์ไปสอบถามยังสยองเลยครับ เพราะว่ามาเรียนใหม่ ๆ สามเดือนนี่ภาษายังเหมือนลูกเจี๊ยบหัดขันอยู่เลยครับ คุยกันตรง ๆ ซึ่ง ๆ หน้ายังยากเลย คุยทางโทรศัพท์นี่นรกชัด ๆ คนในโทรศัพท์ก็พูดเร็วประหนึ่งเราเป็นคนญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญ (เค้าก็ต้องคิดงั้นอยู่แล้วดิ) เราก็ได้ใช้ภาษาที่มีอยู่ในหัวเล็กน้อยแถๆ ไปจนได้นัดวันสัมภาษณ์ครับ
และแล้ววันนัดก็มาถึง ตื่นเต้นกว่าโทรศัพท์อีกครับ จะต้องทำอะไรยังไงก็ไม่รู้ แค่คิดภาษาญี่ปุ่นก็ใช้สมองไปสามในสี่แล้ว เหลือให้คิดคำตอบ กิริยาท่าทางอะไรอีกหนึ่งส่วน
ผมแต่งตัวใส่เชิ้ตอย่างดีไปสัมภาษณ์ เค้าให้ไปนั่งรอที่โต๊ะกินซูชิเลยครับ นั่งไปถาดหมุนก็หมุน ๆ ไปมีซูชิลอยผ่านหน้าไปน่ากินสุด ๆ แล้วเมเนเจอร์มาครับ สัมภาษณ์ด้วยภาษาปืนกลอีกแล้วครับ ตอบได้แบบติดขัดและช้าสุด ๆ แค่นั้นไม่พอเอาหนังสือสัญญามาให้อ่าน เอ่อ...นึกว่าภาษาจีน ตัวคันจิยาก ๆ เต็มพลืด ... อ่านไม่ออก... รู้สึกได้เลยครับ ว่าไม่ได้แหงม... และแล้วเค้าก็บอกว่าภายใน 3 วันเดี๋ยวจะติดต่อกลับไป
5 วันผ่านไป ไร้วี่แวว โทรศัพท์นอนแอ้งแม้งอยู่เหมือนเดิม...
ผมก็จิตตกสิครับ ทำไมมันยากงี้นะหางานในญี่ปุ่น (ได้ข่าวว่าที่เดียวเองที่ไปสมัคร)
ตอนนั้นเพื่อน ๆ ก็เริ่มได้งานกันหลายคนแล้วครับ ร้านอาหารไทยบ้าง ซุปเปอร์บ้าง ร้านอาหารจีนบ้าง ร่ำรวยสบายอุรากันไป
ไม่ยอมแพ้ครับ ช่วงนั้นพอดีไปกินแม็คบ่อย(ถือโอกาสไปนั่งอ่านหนังสือน่ะ มันเปิด 24 ชั่วโมง ดึก ๆ สงบมาก ๆ) เลยเห็นใบสมัคร Crew Member โอ้ รีบหยิบกลับบ้านมาอ่าน มีโปรโมชั่นเพียบครับ ทำดึกให้เงินเพิ่ม 20% ทำเสาร์อาทิตย์เพิ่ม 150 Yen โบนัสแรกเข้า 3000 เยน อะไรจะขนาดนั้น แต่ก็นั่งคิด... ไม่เคยเห็นคนต่างชาติที่นี่ทำแม็คเลย เลยไปถามเพื่อน เค้าบอกว่าอาจจะเป็นเพราะแม็คไม่รับต่างชาติ งานเป็นมาตรฐาน ยากอะไรอย่างงี้ แต่ผมก็เอ แม็คเนี่ยนะ มันบ.เมกาไม่ใช่เหรอ น่าจะรับสิ
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว ก็สมัครผ่านเว็บเลยครับ หลังจากกรอก ๆ ข้อมูลกด Submit แล้วหนึ่งนาทีถัดมา โทรศัพท์มาเลยครับ จากส่วนกลาง พูดฟังง่ายดีด้วย เค้าโทรมาสอบถามเพิ่มเติมและก็บอกว่าทางเทนโจ้(เจ้าของร้าน/หัวหน้าระดับสูง สุดของร้าน) จะโทรไปนัดสัมภาษณ์อีกที
ตัดมาวันสัมภาษณ์ เนื่องจากเริ่มชินจากที่แรกแล้ว เลยไม่ค่อยตื่นเต้นครับ ไปคุยกันอยู่ที่นั่งกินอีกแล้ว เทนโจ้หนุ่มท่าทางใจดีครับ ไม่ใช่สิ ใจดีเลยแหละ แล้วก็คุย ๆ สนุกครับ ดูไม่เครียดเหมือนร้านซูชิเลย แล้วก็ถาม ๆ ว่าจะทำตอนไหน คุยเสร็จเอาข้อสอบทดสอบสถานการณ์จำลองในร้านมาให้ทำครับ อ่อ เห็นว่าเราพูดอังกฤษได้ เค้าเลยไปหาข้อสอบเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมาให้ทำด้วย สุดยอดเลยครับ มีด้วย ภาษาอังกฤษที่ญี่ปุ่น... เหมือนของหายากจริง ๆ ทำเสร็จก็จะติดต่อไปภายในสามวันอีกตามเคยครับ แต่ครั้งนี้ "ผ่านครับ"
ยะยะเย่ เย่
ในที่สุดผมก็จะมีกะตังก์ใช้แล้ว
รักเทนโจ้ที่สุด อิอิ
ยินดีต้อนรับสู่แม็คโดนัลด์ครับ
แล้วพบกันใหม่กับการตีแผ่งานในร้านครับ
edit @ 22 Feb 2009 22:39:46 by undenty
เห็นมีเพื่อนในโรงเรียนภาษาบางคนทำกับแมคตลอดเลยก็มี

#1 By หมูทอดซามะ on 2009-02-22 22:52