Hong kong ตอนสอง
posted on 11 Nov 2007 01:17 by undenty in Life-Styleก่อนเดินทาง
ด้วยความที่อยากซื้อของกลับมาเยอะ ๆ แล้วมีที่ใส่ของมาก ๆ ก็เลยตัดสินใจเลือกกระเป๋าใบใหญ่สุด
พร้อมทั้งเลือกเสื้อเผ้าเบา ๆ ไปให้น้อยที่สุด ผลคือกระเป๋าเบาหวิวเหลือที่โล่งใส่ควายได้ตัวนึงเลย
รู้สึกว่าจะเบาเกินไป ก็เลยเอาน้ำขวดไปด้วยอีกหลายขวด เพราะน้ำที่ฮ่องกงแพงกว่าบ้านเรามาก (ขวดเล็กประมาณ 20 - 50 บาท) ฮ่า ๆ ประหยัดได้อีกนะเรา
ออกจากบ้านแล้ว
หลังจากที่จัดเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไปนัดเจอเพื่อน แล้วเรียกแท็กซี่ไปสนามบินเลย
จากที่เลือกบิน Kenya Airline สายการบินสัญชาติแอฟริกา ตามสโลแกน Kenya Airline - The pride of Africa
ก็คิด ๆ ไว้อยู่เหมือนกันว่า CA (Cabin Attendant หรือคือ Cabin crew - ลูกเรือ) จะต้องเป็นชนเผ่าอัฟริกัน และผู้โดยสารคืนอื่น ๆ ก็ต้องมีคุณย่าอลาบาม่า ที่รูปร่างอ้วนท้วมอยู่เต็มไปหมด...
และแล้ว...
เมื่อก้าวขึ้นสู่เครื่องบินเราก็ได้พบกับฝันที่เป็นจริง! ทุกอย่างที่คิดไว้ รวมทั้ง กลิ่นอายแห่งแอฟริกา ได้ถาโถมเข้ามาอย่างชัดเจน รุนแรง และต่อเนื่อง
ไม่มีอะไรผิดปกติ นอกจากกลิ่น และ CA ที่ไม่ยิ้ม (โดยเฉพาะคนไทย) และบริการระดับใกล้เคียง low cost
เอาน่ะ ก็มันถูกนี่นา ถือว่า OK ล่ะ
สิ่งที่พบ
- เข้ามาก็ได้กลิ่นแอฟริกาก่อนเลย
- ลูกเรือไม่เป็นมิตร บริการพอผ่าน ๆ ไป
- ลูกเรือไม่ยอมสังเกตลูกค้า ตอนเดินผ่านนี่แทบจะวิ่งผ่าน
- ภาษาใช้บนเครื่อง ตอนประกาศมีอย่างต่ำ 4 ภาษาของเคนย่า ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภาษากวางตุ้ง
- ลูกเรือคนไทยต้องเป็นคนประกาศเป็นภาษาไทยกับภาษากวางตุ้ง นอกนั้นเคนย่าพูดหมด
- อาหารรสชาติใช้ได้
- สั่งเบียร์เหรียญทองระดับโลก แต่ไม่ใช่เบียร์ช้างมากิน เป็นเบียร์ของเคนย่า
- ไม่เจอหลุมอากาศเลยทั้งไปและกลับ เครื่องนิ่งสนิท
- ได้ที่นั่งข้างห้องน้ำ
- มองเห็นป้าอลาบาม่าเข้าห้องน้ำตลอด หดหู่ยังไงไม่รู้
- ปุ่มควบคุมตรงที่วางแขนเสียหมดเลย ทั้งสองที่
- ดูหนังไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้
- เที่ยวกลับดีหน่อย ปกติดีดู Transformer อีกรอบ
(โดยส่วนตัวชอบ JAL มากที่สุดครับ มีแต่ลูกเรือผู้หญิง บริการดีมากถึงมากที่สุด)
ณ สนามบินเช็คแลบก็อก ฮ่องกง
นั่งไปไม่นานนักก็ลงที่สนามบินเช็คแลบก็อก สนามบินติดอันดับโลก (แข่งที่หนึ่งกับชางกีของสิงคโปร์)
เดินมามั่วหาที่ซื้อ Octopus หาง่ายจริง ๆ และแล้วก็เสียเงินครั้งแรกที่นี่ เป็นเงิน 220$HK พร้อมไปเติมเงินที่ตู้ อีก 100$ ตู้ก็มีแต่ภาษาจีน เอ๊ะ แล้วจะกดได้ยังไงละเนี่ย - -' ยืนมั่วจนคนข้างหลังมากดให้ อ่านไม่ออกอ่ะ หาภาษาอังกฤษไม่เจอ
- สมกับสนามบินระดับโลก
- เพดานก็ไม่ได้ทิ้งไว้แบบไม่ทาสีนะ
เยี่ยมครับ ถึงสนามบินเช็คแลบก็อกแล้วสิ
และแล้วก็วิ่งไปซื้อบัตรมหัศจรรย์ บัตรที่จะช่วยท่านมีชีวิตที่สุขสบายในฮ่องกงได้
บัตรมหัศจรรย์ Octopus Card
- ชื่อภาษาไทยน่าจะเป็น บัตรปลาหมึก
- เป็นบัตรเติมเงินที่ใช้จ่ายค่าคมนาคมได้ทุกรูปแบบ
- ทั้งไฟ รถไฟฟ้า รถบัส รถราง รถรางขึ้นเขา เรือเฟอร์รี่ ฯลฯ
- สามารถใช้ซื้อของทีเซเว่น ร้าน Krispy Kreme ร้านเสื้อผ้า ฯลฯ ได้ด้วย
- เงินก็เติมได้ที่สถานี MTR - Mass Transit Railway ไม่ใช่ MRT - Mass Rapid Transit แบบบ้านเรากับสิงคโปร์
- ตั้งชื่อให้เหมือนกันก็ไม่ได้
- ซื้อบัตรแบบ MTR 3-day pass +single Airport Express trip ราคา $220HK
- มีค่ามัดจำบัตรอยู่ในนั้น $50HK
- เติมเงินเข้าไปตอนแรก $100HK
- ใช้สามวัน แต่ละวันขึ้นลง MTR วันละสิบกว่ารอบ
- โคตรคุ้ม (เหนื่อยด้วย)
- ใช้ซื้อโดนัท จ่ายค่าบะหมี่ ค่ารถราง ค่ารถบัส
- วันกลับเหลือเงินในบัตร $20HK
- ลืม............. คืนบัตร Octopus เข้ามาใน Gate แล้วเพิ่งนึกออก ที่คืนมันอยู่นอก Gate
- โอ้พระเจ้าของฉัน $70HK อยู่ในนั้น
อิจฉา ๆ อยากให้ประเทศไทย มีบัตรแบบนี้บ้าง ของเราก็เกือบจะมีนะ บัตรของเซเว่น บัตรของ BTS บัตรของ MRT แต่ใช้ด้วยกันไม่ได้เลย ถ้ามีจะเจ๋งเป้ง สุดยอด กระเป๋าบางเบา ไร้กังวลเรื่อง RFID ตีกันเวลาแสกน
ทุกวันนี้บัตร RFID เป็นปัญหามาก เพราะมีอยู่ 4 ใบต้อง ค่อย ๆ หยิบออกมาสแกนเอง แทนที่จะทาบ ๆ ไปเลยก็ไม่ได้
ปล. อยากรู้ว่าปกติจัดการกับบัตร RFID กันยังไงครับท่าน
edit @ 18 Nov 2007 18:32:14 by undenty
#1 By หมูทอดซามะ on 2007-11-18 18:06